INCLUDE_DATA

เยอะจนนับไม่ถ้วน สามร้อยยอด
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีอุทยานแห่งชาติที่สำคัญ ๆ คือ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งอันหลังนี้เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ประกาศจัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาหินปูนสูงชัน ผสมกับที่ราบริมฝั่งทะเล ชายหาดเป็นชายเลนและหาดทราย มีหมู่เกาะหินปูใกล้ชายฝั่ง ได้แก่ เกาะสัตกูด เกาะนมสาว เกาะโครำ ฯลฯ ในแนวเขาหินปูนสูงชันที่มีมากถึง 300 ยอด หรืออาจจะมากกว่านั้น มีตำนานเล่าถึงชื่อที่มาว่า ในสมัยที่เทือกเขายังเป็นเกาะอยู่ได้มีเรือสำเภาจีนแล่นผ่านมา เกิดประสบลมพายุรุนแรงจึงแวะหลบภัยเข้ามาตามร่องน้ำด้านตะวันตกของเกาะ แต่เนื่องจากไม่ชำนาญพื้นที่ เรือจึงชนกับหินโสโครกแล้วเกิดอับปางลง มีผู้คนจมน้ำตายเป็นจำนวนมาก เหลือรอดตายขึ้นมาอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 300 คน จึงตั้งชื่อเกาะแห่งนี้ว่า สามร้อยรอด ต่อมาระดับน้ำก็ลดลง จนเกาะกลายเป็นภูเขา เรียกกันว่าเขาสามร้อยยอดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ที่เขาสามร้อยยอดมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวผู้รักการผจญภัยได้ทำมากมาย อย่างเช้าวันนี้ฉันไปเริ่มกิจกรรมแรกแบบเบา ๆ ด้วยการไปลงเรือที่เช่าจากชาวบ้านในราคา 500 บาท ให้ไปส่งที่เกาะนมสาว ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่นมสาวที่ชาวประมงในเขตนี้ให้ความเคารพนับถือมาก นั้นก็มีตำนานเล่าถึงเช่นกันว่า ตาม่องลายและยายรำพึงมีลูกสาวคนสวยชื่อ ยม เจ้าลายจากเมืองเพชรบุรี และเจ้ากรุงจีนต่างชอบพอหญิงสาวคนนี้จึงแข่งขันกันมาสู่ขอ โดยเจ้าลายสู่ขอจากยายรำพึง ส่วนเจ้ากรุงจีนนั้นขอจากตาม่องลาย พอถึงวันยกขันหมากมาสู่ขอก็ดันยกมาพร้อมกันจนเกิดเรื่องวุ่นวาย ตาม่องลายพาลโกรธยมจน จับฉีกเป็นสองซีก ซีกหนึ่งขว้างไปทางทิศตะวันออกจนเกิดเป็นเกาะนมสาวที่จังวหัดชลบุรี อีกซีกขว้างไปทางทิศเหนือกลายเป็นเกาะนมสาวที่บ้านบางปู ต. สามร้อยยอด กิ่งอ. สามร้อยยอด หรือก็คือที่นี่นั่นเอง เกาะนมสาวเป็นเกาะขนาดกะทัดรัด (ถ้าเป็นอกของหญิงสาวสักคนก็ไม่น่าเกิน 34 นิ้ว…555) มีชายหาดยาวประมาณ 50 เมตร พอเราขึ้นไปสักการะศาลเจ้าแม่ตามธรรมเนียมแล้วก็ออกเดินถ่ายรูปบริเวณรอบ ๆ สักพักเดียว ก่อนจะกลับไปขึ้นเรือ แล้วมุ่งหน้าไปที่ ถ้ำพระยานคร ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ขึ้นชื่อมากของเขาสามร้อยยอด
ความจริงแล้ว เราสามารถเดินขึ้นที่ไปถ้ำพระยานครได้จากจุดที่ลงเรือนั่นเอง แต่ระยะทางไปกลับรวมแล้วประมาณ 2 กิโลเมตรเศษ ฟังดูก็เหมือนจะไม่ไกลหากเป็นทางราบปกติ แต่นี่เดินขึ้นเขานะคะ ต้านกับแรงดึงดูดของโลกน่ะค่ะ เมื่อนึกถึงประสบการณ์เลวร้ายในการเดินขึ้นเขาครั้งที่ผ่าน ๆ มา ทำให้ฉันตัดสินใจว่า เรายอมลงทุนนั่งเรือไปขึ้นเขาตรงทางขึ้นที่ใกล้กว่านี้ดีกว่า เพราะสามารถย่นระยะทางได้ถึงหนึ่งเท่าตัว หรือประมาณหนึ่งกิโลเมตร แต่แค่กิโลเดียวนี่ก็เหนื่อยแทบเอาชีวิตไม่รอดแล้วค่ะ เหนื่อยได้ใจมาก เส้นทางเดินขึ้นเขานั้นค่อนข้างชันแม้ว่าเขาจะทำทางหินให้เดินได้พอสบาย ๆ ก็เถอะ จัดเป็นเส้นทางสำหรับการลดน้ำหนักได้ดีทีเดียวค่ะ ใครอยากมาฟิตร่างกายด้วยการเดินขึ้นเขา ขอแนะนำค่ะ !

ถึงจะบ่นว่าเหนื่อยมาตลอดทาง แต่ในที่สุดฉันก็ตะกายขึ้นมาจนถึงตัวถ้ำกันจนได้ ถ้ำพระยานครเป็นถ้ำขนาดใหญ่อยู่ในบริเวณหาดแหลมศาลา แบ่งออกเป็น 3 คูหา โดยสองคูหาแรกมีปล่องด้านบน ส่วนคูหาด้านล่างในถ้ำนั้นเป็นป่า มีต้นไม้สูงชะลูดอยู่ทั่วบริเวณ ถ้ำพระยานครถูกค้นพบอย่างบังเอิญโดยพระยานครผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราชตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 เล่ากันว่า พระยานครได้ล่องเรือเข้ามาราชการที่เมืองหลวง เมื่อมาถึงบริเวณเขาสามร้อยยอดได้เกิดพายุขึ้น เลยต้องแวะหลบพายุ ระหว่างการหาเสบียงและน้ำดื่มก็เกิดไปพบถ้ำแห่งนี้เข้า จึงเป็นที่มาของชื่อ ถ้ำพระยานคร มาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ได้เสด็จประพาส ณ ถ้ำพระยานครแห่งนี้ พร้อมกับทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ พลับพลาที่ประทับไว้ในตัวถ้ำด้วย องค์พระที่นั่งนั้นสวยงามจับใจจริง ๆ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีแสงส่องลอดลงมาในถ้ำในตอนเช้า เห็นแล้วหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันก็เคยเสด็จพระราชดำเนินมาที่ถ้ำนี้แล้วถึง 2 ครั้งด้วยกัน นอกจากมีองค์พระที่นั่งให้เป็นจุดสนใจแล้ว ที่ถ้ำพระยานครยังมี สะพานหินตรงปากปล่อง ที่ถูกตั้งชื่อไว้ชวนเสียวไส้ว่าสะพานมรณะ ประมาณว่าถ้าใครกล้าเดินก็เชิญเลยจ้ะ ส่วนอีกอันหนึ่งที่คนมาเป็นคู่หรือกำลังอยากจะมีคู่ต้องไม่พลาด ก็คือการเดินลอดซุ้มต้นไม้ที่เรียกว่า ซุ้มลอดคู่ ซึ่งเกิดขึ้นจากต้นไม้ต้นเดียวกันโค้งจนกลายเป็นซุ้มให้เดินลอดได้ มาลอดซุ้มนี้รับรองได้เจอเนื้อคู่สมใจอยาก เผลอ ๆ ก็ได้จับคู่กับคนที่มาลอดซุ้มหาคู่เหมือน ๆ กัน ดี…ไม่ต้องกลับไปมือเปล่าให้เสียเที่ยว
ขากลับลงมาจากถ้ำพระยานครไม่เหนื่อยเท่าตอนเดินขึ้นไป แต่เราก็เจอเข้ากับฝูงค่างแว่นถิ่นใต้ ที่ลงมาทักทายด้วยท่าทางราวกับไม่เคยเห็นมนุษย์มนาอย่างนั้นแหละ ฉันนึกกลัวว่าเจ้าค่างหน้าแปลกจะลงมาแย่งชิงข้าวของเหมือนลิงนิสัยเสียบางตัวที่เคยเจอ ฉันจึงรีบเดินจ้ำอ้าวลง ในที่สุดก็ลงมาถึงบริเวณด้านล่างได้อย่างปลอดภัย และรวดเร็วเกินคาด
พอลงมาแล้ว สิ่งที่เราต้องการด่วนตอนนี้คือน้ำเย็น ๆ และข้าวกลางวัน บริเวณแหลมศาลาที่ทำการอุทยานฯ นั้นมีอาหารขายให้นักท่องเที่ยวด้วย แต่ด้วยความอยากรีบกลับเข้าฝั่งเร็ว ๆ (จะได้ไปที่อื่นต่อ) เราจึงขอให้เจ้าหน้าที่โทรเรียกเรือลำที่เรานั่งมาให้กลับมารับเราด่วน ไม่ถึง 10 นาที เรือและคนขับเรือหน้าคุ้น ๆ ก็มาจอดเทียบชายฝั่ง พาเรากลับเข้าไปสู่อีกฝั่งหนึ่งที่จากมาได้อย่างปลอดภัย

บ่ายวันนั้น หลังจากสวาปามข้าวกลางวันกันไปชุดใหญ่ ฉันก็รีบโทรนัด น้าใหญ่ ตรีสุคนธ์ พนักงานพิทักษ์ป่าของอุทยานฯ ให้ช่วยทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นพาพวกเราไปที่ ทุ่งสามร้อยยอด ซึ่งเป็นที่ราบมีน้ำขังตลอดปี ทุ่งที่ว่านี้อยู่ทางด้านตะวันตกของอุทยานฯ กินพื้นที่ถึง 1 ใน 4 หรือประมาณ 36.8 ตารางกิโลเมตร กว้างใหญ่พอจะสร้างสนามบินได้สบาย ๆ เลยค่ะ น้ำในทุ่งเป็นน้ำจืดที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลผ่านห้วยโพระดก ห้วยขมิ้น ห้วยหนองคาง ห้วยไร่ตาพึง ก่อนจะไหลลงสู่ทะเลที่คลองเขาแดงในบริเวณใกล้เคียงกัน
ทุ่งสามร้อยยอดนั้นบางทีก็ถูกเรียกว่าบึงบัว เพราะมีบัวหลวงสีขาวและสีชมพูขึ้นอยู่ทั่วไป สลับกับต้นธูปฤษีที่แทงต้นสูงจนแทบไม่เห็นนกอีโก้งจำนวนมาก ซึ่งเป็นนกประจำถิ่นที่ชอบกำบังตัวหากินอยู่ใกล้ ๆ กับต้นไม้ใบหญ้าในบึงบัว บริเวณนี้จึงกลายเป็นเส้นทางศึกษาพันธุ์ไม้น้ำ และดูนกที่ดีที่สุดอีกแห่งในเขตอุทยานฯ
จากทุ่งสามร้อยยอดก็เป็นเวลาบ่ายมากแล้ว ได้เวลาที่เราจะไปลงเรือดูพระอาทิตย์ตกดินบริเวณคลองเขาแดงพอดี กิจกรรมอันสุดท้ายนี้นับเป็นไฮไลต์อีกอย่างหนึ่งของอุทยานฯ ก็ว่าได้ เรามาลงเรือกันที่บริเวณหน้าวัดคลองเขาแดง ซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ มาประมาณ 1.5 กิโลเมตร เหมาเรือลำหนึ่ง 400 บาท นั่งกันได้ประมาณ 6-8 คน การล่อคลองเขาแดงนั้นจะใช้เวลาทั้งขาไป-ขากลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การล่องเรือก็คือช่วง ห้าถึงหกโมงเย็น จะได้ทันเห็นพระอาทิตย์กำลังอัสดงสุดแสนโรแมนติก แถมมีคุณลุงคนพายเรือช่วยทำหน้าที่ไกด์เล่าถึงประวัติคลองเขาแดง พร้อม ๆ กับชี้ชวนให้ดูพันธุ์ไม้ป่าชายเลน และนกสีขาวนวลที่บินวนมาให้เราได้ถ่ายรูปกันด้วย
หมายเหตุ : อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด มีเนื้อที่ประมาณ 98.08 ตารางกิดลเมตร สภาพทางธรณีวิทยาของเขาสามาร้อยยอดเป็นหินปูนในยุคเพอร์เมียน จึงเป็นหน้าผาสูงชันและหุบเหวลึก การเดินทางจากกรุงเทพฯ ขับรถไปตาทางหลวงเพชรเกาม ถึงสี่แยกปราณบุรีแล้วเลี้ยวซ้ายไปตาถนนสายปากน้ำปราณบุรี ประมาณ 4 กิโลเมตร ล้วเลี้ยวขวาไปตามถนน รพช. 31 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ การประกอบกิจกรรมสันทนาการในเขตอุทยานฯ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นน้ำ ก่อไฟ ฯลฯ ต้องกระทำในพื้นที่ ๆ กำหนดเท่านั้น หากต้องการพักแรมในพื้นที่ของอุทยานฯ สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ต. เขาแดง อ. กุยบุรี จ. ประจวบคีรีขันธ์ โทร. 032-619-078 ค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาท แต่ถ้าขับรถมา 1 คัน บวกกับคนขับ 1 คน 50 บาท
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ
Are-v-go Together Magazine
No comments yet.
RSS feed for comments on this post. TrackBack URL
You must be logged in to post a comment.